ข่าวโครงการ

เตาแก๊สพลังงานแกลบ!

วันที่ : 16 ก.ย. 2552

 

เรื่องโดย : อังคณา พรรณธรรม Team content www.thaihealth.or.th

Update 01-05-52

http://www.thaihealth.or.th/node/8905

 

เตาแก๊สพลังงานแกลบนวัตกรรมประหยัดพลังงาน

         

             

        แกลบ วัสดุเหลือทิ้งจากการสีข้าว ที่ถูกมองข้ามมานานนับศตวรรษ เพราะไม่ว่าจะนำไปทำอะไร ก็เสมือนว่าจะไร้ประโยชน์ ถึงแม้ชาวบ้านจะพยายามนำแกลบไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในการหุงต้ม แต่เพราะความยุ่งยากในการใช้งาน ทั้งจากเรื่องของ 'ควัน' อันเกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้แกลบไม่เป็นที่นิยมสำหรับแม่บ้านในอดีต ซ้ำยังมีทางเลือกเป็นถ่านอัดแท่งที่ใช้ประโยชน์ได้ดีกว่าอีกด้วย ส่งผลให้เจ้าแกลบไม่เป็นที่ต้องการของใครๆ อีกเลย

 

         แต่!!! วันนี้ เจ้าแกลบ ได้ถูกเลื่อนสถานะกลายเป็นสิ่งล้ำค่าไปแล้ว เมื่อมี 2 หนุ่มนักคิด นำเจ้าแกลบมาประดิษฐ์เป็นสุดยอดนวัตกรรมที่ชื่อว่า เตาแก๊สพลังแกลบ...

 

         2 หนุ่มนักคิดที่ได้พัฒนาเตาหุงต้มประสิทธิภาพสูงที่ใช้ แกลบดิบ เป็นเชื่อเพลิงครั้งนี้ก็คือ คู่พี่น้อง นายพิทักษ์ สุวรรณกูฏ และนายพงศ์พร สุวรรณกูฏ  นักศึกษาปริญญาเอกบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และวิศวกรรมของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

 

         นายพิทักษ์ เล่าว่า ในแต่ละปี ประเทศไทยได้แกลบ ปีละกว่า 6 ล้านตันจากโรงสีทั่วประเทศ สามารถนำมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ปีละกว่า 1.2 - 1.6 ล้านตัน และเหลือทิ้งอยู่ตามแปลงนาทั่วประเทศอีกกว่า 4.3 ล้านตัน ซึ่งตนเองและนายพงศ์พร เล็งเห็นว่า นี่คือแหล่งเชื้อเพลิงชั้นดี ที่สามารถนำมาพัฒนาให้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนแก๊สหุงต้มได้

 

         "เตาถ่านในปัจจุบันส่วนใหญ่ออกแบบมาเพื่อใช้กับถ่าน ไม่สามารถนำมาใช้กับแกลบได้ทันที แต่ต้องผ่านกระบวนการนำแกลบไปอัดเป็นแท่ง แล้วเผาเป็นถ่าน ทำให้ถ่านแกลบมีราคาแพงกว่าถ่านไม้ทั่วไป นอกจากนี้ ความสะดวกในการใช้งานยังด้อยกว่าเตาแก๊สหุงต้มมาก เพราะใช้เวลาในการจุดเตานาน กว่าถ่านจะแดงพร้อมใช้งาน ดังนั้น หากเราต้องการนำแกลบซึ่งมีราคาถูกมาใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนแก๊สหุงต้มให้ได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาเตาที่ใช้แกลบเป็นเชื้อเพลิงโดยเฉพาะขึ้นมา" พิทักษ์ เล่าถึงการใช้งานของแกลบในสมัยก่อน

 

           เป็นเวลากว่า 2 ปีที่พิทักษ์และพงศ์พรได้ทำการพัฒนาคุณสมบัติของแกลบให้เป็นเชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพ ใช้งานได้ง่าย เฉกเช่นเตาแก๊สทั่วไป ในรูปแบบของ เตาแก๊สพลังแกลบ ซึ่งสามารถปรับความแรงของเปลวไฟได้ตามต้องการ โดยมีลักษณะเปลวไฟเป็นสีน้ำเงินเหมือนแก๊ส ซึ่งเตาฟืนและเตาถ่านทั่วไปทำไม่ได้ โดยสีน้ำเงินของเปลวไฟ บ่งบอกถึงประสิทธิภาพการเผาไหม้ที่ดี ให้ความร้อนสูง ซึ่งจะทำให้มีไอเสียจากการเผาไหม้เกิดขึ้นน้อยกว่า ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นตัวการของภาวะโลกร้อนและความแปรปรวนของสภาพอากาศในปัจจุบันได้อีกด้วย

 

          จุดเด่นที่สำคัญอีกประการหนึ่งของ เตาแก๊สพลังแกลบ คือ ต้นทุนการใช้งานที่ถูกกว่า เพราะเตาแก๊สชนิดนี้ใช้แกลบ 54 กิโลกรัม ราคาเพียง 54 บาท ให้ความร้อนเท่ากับพลังงานความร้อนจากการใช้แก๊สหุ้งต้มขนาด 15 กิโลกรัม ซึ่งมีราคาถึงถังละ 281 บาท ซึ่งหมายความว่า ค่าเชื้อเพลิงแกลบถูกกว่าการใช้แก๊สหุงต้มถึง 5 เท่าเลยทีเดียว

 

          พิทักษ์ เล่าต่อว่า ปัจจุบันได้พัฒนา เตาแก๊สพลังแกลบ มา 2 รุ่นแล้ว คือ รุ่นที่มีหัวแก๊ส 1 หัว และ 2 หัว ในรุ่นหัวแก๊ส 2 หัวนั้นผู้ใช้สามารถเลือกจุดแก๊สเพียง 1 หัวหรือจุดทั้ง 2 หัวพร้อมกันก็ได้ตามความต้องการใช้งาน แต่ละรุ่นมีค่าประสิทธิภาพเชิงความร้อนระหว่าง 22 - 24% ซึ่งสูงกว่าเตาฟืนทั่วไป และมีการใช้งานที่สะดวกกว่าเตาฟืนและเตาถ่านมาก เพราะใช้เวลาในการจุดเตาเพียง 2 - 3 นาที หรือใช้เพียงกระดาษแผ่นเดียวเป็นเชื้อไฟ ก็สามารถลงมือประกอบอาหารได้แล้ว

 

          "หากคิดที่ประกอบอาหารวันละ 2 ชั่วโมง จะใช้แกลบวันละ 5.4 กิโลกรัม หรือคิดเป็นเงินวันละ 5 บาท 40 สตางค์ รวมกับค่าไฟฟ้าสำหรับใช้กับพัดลมขนาดจิ๋วอีกวันละ 11 สตางค์ ซึ่งทั้งหมดจะคิดเป็นเงินปีละประมาณ 2,000 บาท แต่หากเป็นแก๊สหุงต้มแล้วจะต้องใช้แก๊สถึง 36 ถัง คิดเป็นเงินปีละกว่า 1 หมื่นบาท จะประหยัดเงินได้ถึงปีละ 8 พันบาท" พิทักษ์ เล่าด้วยความภาคภูมิใจ

 

          เตาแก๊สพลังแกลบ...ไม่เพียงออกแบบสำหรับใช้กับครัวเรือนเท่านั้น ยังสามารถใช้ได้กับอุตสาหกรรมอาหารอีกด้วย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่มีเศษวัสดุเหลือจากกระบวนการผลิตอยู่แล้ว เพียงแต่ปรับปรุงการออกแบบนิดหน่อยเท่านั้น

 

          จากประสิทธิภาพที่สูง เชื้อเพลิงหาได้ง่าย และสะดวกในการใช้งานในครัวเรือนใกล้เคียงกับเตาแก๊สทั่วไป โดยมีต้นทุนเชื่อเพลิงที่ถูกกว่าเกือบ 5 เท่า นั่นจึงอาจเป็นคำตอบสำคัญของการช่วยภาครัฐลดภาระหนี้สินที่ต้องนำเงินไปชดเชยราคาแก๊สหุงต้ม ที่ขณะนี้มีจำนวนมากถึง 11,927 ล้านบาท เลยทีเดียว

 

          ไม่น่าเชื่อว่า....วัสดุเหลือทิ้งจากการสีข้าวอย่างเจ้า แกลบ จะสามารถช่วยลดต้นทุนในกระเป๋าแล้ว ยังช่วยลดภาวะโลกร้อนอีกด้วย...ทั้งดี ทั้งประหยัดอย่างนี้ หันมาใช้เตาแก๊สพลังแกลบกันดีกว่าค่ะ..


   ขึ้นข้างบน